อาบนํ้าว่าน เคล็ดลับแห่งการอยู่ยงคงกระพันชาตรี

หลายคนอาจจะเคยดูหนังเรื่องขุนพันธ์ทั้งภาค 1 และ ภาค 2 มาแล้ว มีเรื่องพิธีกรรม คาถาอาคมมากมาย ในวันนี้เราได้นำเรื่องที่น่าสนใจคือการ “ อาบนํ้าว่าน ” และ “แช่ว่านยา” ซึ่งสามารถทำได้ที่เดียวในเรื่องคือ “วัดเขาอ้อ” ตั้งอยู่ หมู่ที่ ๓ ตําบลมะกอกเหนือ อําเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง

อาบนํ้าว่าน พิธีกรรมทางไสยศาสตร์จากภาพยนตร์เรื่องขุนพันธ์ที่มีอยู่จริง

ชาวพัทลุงเชื่อกันว่าเป็นวัดเขาอ้อที่ศักดิ์สิทธิ์และมีชื่อเสียงทางด้านความเชื่อทางไสยศาสตร์ มาแต่โบราณกาล โดยคุณสมบัติของการอาบนํ้าว่านคือ “อยู่ยงคงกระพันชาตรี” แบบในหนังขุนพันธ์ที่ขุนพันธ์ตีรันฟันแทง แม้แต่ใช้กระสุนปืนก็ยิงไม่เข้า หากพูดถึงสำนักตักศิลาในเมืองไทยมาตั้งแต่อดีตคงไม่มีสำนักไหนเทียบเท่า “วัดเขาอ้อ” เจ้าอาวาสที่นี่เป็นเกจิอาจารย์มีของ และเรียกได้ว่าอาจารย์จากสำนักไหนก็ตามต้องมาเรียนที่วัดเขาอ้อทั้งสิ้น

อาบนํ้าว่าน, ขุนพันธ์

วัดเขาอ้อปัจจุบันศูนย์รวมเรื่องไสยศาสตร์ที่เข้มข้นที่สุดในภาคใต้ ไม่ว่าจะมีวิชาอะไรก็ตามถึงเรียนไปก็สามารถนำไปใช้เอง ปลุกเสกเอง เว้นแต่พิธี “อาบนํ้าว่าน” ที่วัดอื่นทำไม่ได้ ต้องทำที่วัดเขาอ้อเท่านั้นที่ทำการบวงสรวงได้ และการอาบว่านแช่นํ้ายาถือเป็นสุดยอดวิชาวัดเขาอ้อ ใครได้เขาไปแช่และทำการปลุกเสกด้วยพระอาจารย์ พร้อมกับปฏิบัติตามคำแนะนำของอาจารย์ ถูกทำนองคลองทำก็การันตี เพราะที่นี่จะทำการปลุกเสกของและทำพิธีในถํ้าโดยเชื่อกันว่าถ้าทำพิธีในที่ที่มีออกทางเดียวของนั้นจะยิ่งทรงฤทธานุภาพ

ดังนั้นแล้ววัดเขาอ้อเองจึงมีชื่อเรียกอีกดอย่างหงึ่งตามชาวบ้านในละแวกทั่วไปว่า “วัดพระอาจารย์ขลัง” และผู้ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสไม่ว่าจะเป็นอาจารย์พ่อ อาจารย์เฒ่า อาจารย์ปู่ ล้วนแต่มีชื่อคำนำหน้าว่าทอง จนมีหลายทองจนเจ้าอาวาสรูปปัจจุบันก็ยังเกิดความสับสนเช่นกัน

ส่วนพิธีกรรมอาบว่านแช่ว่านยาจะต้องทำพิธีกรรมบริเวณไหล่เขาช่วงเมษายนถึงตุลาคมของทุกปี โดยจัดให้มีการก่อสร้างเป็นรูปอ่างนํ้าหรือนำเรือมาใส่นํ้ายาที่เรียกกันว่ารางยา ให้คนลงไปแช่ 4-5 คน เนื่องจากพิธีอาบนํ้าว่านเป็นพิธีใหญ่ เครื่องยาในการอาบนํ้าว่านย่อมมีเยอะตามไปด้วยดังนี้ เครื่องบูชาครูหรือไหว้ครูจึงต้องมีมากเป็นของธรรมดา ได้แก่หัวหมู 1 หัว บายศรีใหญ่ ยอดบายศรีมีแหวนทองคำหนัก 1 บาทสวมไว้ หมากพลู ธูปเทียน ดอกไม้ หนังเสือ หนังหมี เครื่องยาหรือว่านที่ต้องใช้ในพิธีมี 108 ชนิดแต่ตัวยาหรือพันธุ์ว่านที่สำคัญพอจะทราบได้ดังนี้ คือเจ็ดหมูน (บอระเพ็ด) ชิงช้าชาลีทั้งสองอย่างนี้จะต้องใช้จำนวนมาก ฝอยหย็อย, ฝอยยง, ข่อยชนิดหนาม 108 ชนิด, กำลังควายถึก, พระยามือเหล็ก, พระยาดาบหัก, อ้ายต้าน, อ้ายเหนียว, อ้ายหนังนุ้ย, อ้ายหนังใหญ่, โคกกระสุน, อ้ายกลิ้งกลางดง, ดงกลางดอน, ฤาษีสม, กำลังคชสาร, ปราบทวีปฯ ซึ่งต้นว่านเหล่านี้มีอยู่ทั่วไปตามป่าเขาในจังหวัดพัทลุง

อาบนํ้าว่าน

ยาต้องใช้เวลาหาและอาจารย์ผู้ประกอบพิธีจะต้องเฝ้าดูด้วยตนเอง โดยการแช่ยานั้นมีการแช่ยาดิบและแช่ยาต้ม โดยพิธีการต้มนั้นนิยมมากกว่าในหมู่นักเลงเพราะดูขลังกว่า ในการแช่ยาแต่ละครั้ง ผู้ที่ต้องการความขลังนี้จะต้องแช่ยาอย่างน้อย 3 วัน หรือวันเดียวก็ได้ แล้วแต่ความอดทนของแต่ละคน ซึ่งอย่างมากไม่เกิน 7 วัน และคน ๆ นึ่งนั้นจะแช่ได้ไม่เกิน 7 ครั้ง ส่วนผู้ที่ทำการแช่นํ้าว่านต้องมีความแน่วแน่และบริกรรมคาถาดังนี้

“เพ็ชชะคงๆ มะอึก เพ็ชชะด้านๆ มะอึก มะอะอุ”

เมื่อถึงกำหนดที่จะต้องขึ้นจากรางยา อาจารย์ผู้ชำนาญเวทก็จะนำขึ้นครั้งละ 1 คนจนหมด จากนั้นก็นำธูปเทียน ดอกไม้ หมากพลู ผลไม้ต่าง ๆ ทำพิธีบูชาครูอีกครั้งหนึ่งจึงเป็นอันเสร็จพิธีโดยสมบูรณ์ สำหรับคุณค่าของการแช่ว่านอาบยานี้เชื่อกันว่า ทำให้อยู่ยงคงกระพันชาตรีมาก มีตบะเชาแก่กล้าสามารถแคล้วคลาดจากภัยอันตรายทั้งปวงได้

cr. หนังขุนพันธ์ สหมงคลฟิล์ม, rmutphysics.com, ruammit channel, ajarnsupoj.com, shutterexplorer.com, psu.ac.th

*** เลขรวยไทย หวยเด็ดหวยดัง แนวทางหวย ความเชื่อ สถิติหวย ตรวจหวยรัฐบาล ตรวจหวยธ.ก.ส. ตรวจหวยออมสิน ตรวจหวยฮานอย*** ได้เลยที่ เลขรวยไทยดอทคอม

ข่าวอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องล่าสุดบนเว็บไซต์เลขรวยไทยดอทคอม