บะจ่าง ตำนานความเชื่อจีนโบราณสู่โลกใหม่ในศตวรรษที่ 21

บะจ่าง ตำนานความเชื่อจีนโบราณสู่โลกใหม่ในศตวรรษที่ 21

“บะจ่าง”เป็นชื่อขนมที่คนไทยจำนวนไม่น้อยรู้จัก เนื่องจากเป็นขนมยอดฮิตที่มีส่วนผสมหลากหลายและหากได้รับประทานบะจ่างชนิดแบบเน้นๆ ไม่หวงเครื่องแล้วนั้น อร่อยอย่าบอกใคร แต่ใครจะรู้ว่าเทศกาล “ไหว้บะจ่าง” 2564 ถือเป็น 1 ใน 4 เทศกาลสำคัญของคนจีน รวมถึงชาวไทยเชื้อสายจีน อีกทั้งเทศกาลนี้ยังถือเป็นเทศกาลแรกที่ได้ขึ้นทะเบียนมรดกโลก ในปี 2009 อีกด้วย

ปกติภาพจำเทศกาลสำคัญที่สุดของพี่น้องไทยเชื้อสายจีนทั้งหลายคือ “วันตรุษจีน” กับการแต่งกายด้วยชุดสีแดง และการแจกแต๊ะเอีย หรืออั่งเปากันนับไม่ถ้วน แต่อีกหนึ่งเทศกาลสำคัญรองลงมาจากวันปีใหม่จีน เทศกาลไหว้พระจันทร์ และเทศกาลเชงเม้ง ก็คือเทศกาล “ไหว้บะจ่าง”

ทั้งนี้สำหรับประเทศไทยเทศกาล “ไหว้บะจ่าง” ไม่ได้แพร่หลายหรือได้รับความนิยมมากนัก ส่วนใหญ่แล้วจะรู้จักแค่ขนม “บะจ่าง” เท่านั้น
แต่ในช่วงต้นเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา เราจะได้เห็นขนมบะจ่างในท้องตลาดเพิ่มมากขึ้นในหลายๆ ที่ เพราะวันไหว้บะจ่างในปี 2564 นี้ตรงกับวันที่ 14 มิถุนายนที่ผ่านมา ในวันนี้เราจะพาทุกคนไปไขข้อสงสัยเกี่ยวกับเทศกาลไหว้บะจ่างกันค่ะ

 

ประเพณีสู่วันไหว้ “บะจ่าง”
ในวันที่ 5 เดือน 5 ตามปฏิทินจันทรคติของจีนของทุกๆ ปี เป็นวันที่เรียกกันว่าเทศกาลไหว้บะจ่าง มีชื่อเรียกในภาษาจีนกลางว่า 端午节 (duānwŭjié) (อ่านว่า ตวนอู่เจี๋ย)

สำหรับที่มาของการไหว้ “บะจ่าง” นั้นสืบทอดมาจาก 2 ประเพณีที่เชื่อมโยงด้วยกัน คือ การบูชาเทพเจ้ามังกรและประเพณีแข่งเรือมังกร ดังนั้นแล้วชื่อทางการที่เป็นภาษาอังกฤษของวันไหว้บะจ่างจึง เรียกว่า Dragon Boat Festival

ข้อมูลจาก thaiPhDinchina.com ระบุว่า เทศกาลไหว้บะจ่างนั้น แรกเริ่มมาาจากการบูชาเทพเจ้ามังกร ซึ่งเป็นสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ที่เคารพบูชาของชาวไป่เยว่ 百越族 กลุ่มชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ลุ่มแม่น้ำแยงซีเกียงตั้งแต่ช่วงกลางลงไปยังตอนใต้ ว่ากันว่าชาวไป่เยว่มีการสักตัวด้วยรูปมังกร เพื่อเป็นสัญลักษณ์ว่าตนคือลูกหลานมังกรอีกด้วย
ชาวไป่เยว่เดินทางข้ามฟากไปมาหาสู่กันด้วยเรือที่ทำจากไม้ท่อนเดียวเป็นพาหนะ ในอดีตจึงมีการจัดแข่งพายเรือมังกรเพื่อเป็นการเคารพบูชาเทพเจ้ามังกรในช่วงเวลานี้ ซึ่งว่ากันว่าในการแข่งพายเรือมังกรนั้น มีการนำเอาอาหารใส่ลงกระบอกไม้ไผ่ หรือห่อด้วยใบไม้แล้วโยนลงน้ำ เพื่อแสดงความเคารพต่อเทพเจ้ามังกร ให้ปกป้องคุ้มครองลูกหลาน

กล่าวถึงเรื่องวันของเทศกาลไหว้บะจ่างที่ตรงกับวันที่ 5 เดือน 5 นั้น เป็นช่วงเวลาที่เพิ่งผ่านพ้นสารทหรือภาวะ หมางจ้ง 芒种 เป็นสารทหรือภาวะหนึ่งในรอบ 24 ระยะตามปฏิทินจีน (24 节气)ซึ่งถือเป็นช่วงที่ข้าวสาลีได้เวลาเก็บเกี่ยว และเริ่มต้นเพาะปลูกเมล็ดพันธุ์อื่นได้
และตามคติความเชื่อของชาวจีนโบราณนั้นเชื่อว่าเดือน 5 เป็นเดือนที่มีพิษ เนื่องจากสภาพอากาศที่เริ่มร้อน สัตว์ร้ายเริ่มออกอาละวาด ดังนั้นจึงต้องมีการปัดกวาด เช็ดถู จัดบ้านและทำสุขอนามัยภายในบ้านให้ดีขึ้น เพื่อไม่ให้เหล่าแมลงและสัตว์ร้ายเข้ามารบกวน

ภายหลังในปี 278 ก่อนคริสต์ศักราช ชวีหยวน นักกวีตงฉินผู้ซึ่งถูกฮ่องเต้หูเบาหลงเชื่อขุนนางกังฉิน จนถูกเนรเทศออกนอกเมืองนั้น ได้กระโดดน้ำตายที่แม่น้ำเล่ยหลัวเจียงในวันนี้พอดี ด้วยความรักและอาลัยที่มีต่อชวีหยวน ชาวบ้านจึงได้พากันงมหาศพ และนำข้าวห่อใบไผ่โยนลงไปในน้ำเพื่อหวังไม่ให้ฝูงปลากินศพของเขา
ด้วยความที่เป็นที่รักของประชาชน เรื่องราวของเขาจึงสืบทอดกันมารุ่นต่อรุ่น ผูกโยงสู่เทศกาลไหว้ “บะจ่าง” กับการรำลึกถึงกวีชวีหยวนกลายเป็นเรื่องเล่าที่สืบทอดต่อมา

เทศกาลสำคัญได้รับการยอมรับระดับโลก “ไหว้บะจ่าง”
เทศกาลไหว้บะจ่างมีชื่อเรียกที่แตกต่างกันไปตามพื้นที่ อีกทั้งธรรมเนียมปฏิบัติของเทศกาลนี้ก็พบในญี่ปุ่น เกาหลี และเวียดนามอีกด้วย ในประเทศจีนเทศกาลไหว้ “บะจ่าง” ถูกระบุให้เป็นเทศกาลที่กำหนดวันหยุดโดยรัฐบาล นับตั้งแต่ปี 2008 เป็นต้นมา และได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ (Intangible Cultural Heritage) กับทาง UNESCO ในปี 2009 ถือเป็นเทศกาลแรกของจีนที่ได้ขึ้นทะเบียนมรดกโลก
กิจกรรมและประเพณีต่างๆ ที่ชาวจีนนิยมทำกันในเทศกาลไหว้ “บะจ่าง” ได้แก่ ดูแข่งเรือมังกรกินบะจ่าง แขวนหญ้าอ้ายเฉ่า ชางผู ดื่มเหล้ายา เป็นต้น

ส่วนสำคัญของเทศกาลคือ “บะจ่าง”
สิ่งที่ขาดไม่ได้เลยในเทศกาลนี้ก็คือ “บะจ่าง” อาหารชนิดนี้ถือเป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นอย่างหนึ่งเกี่ยวกับการถนอมอาหารให้เก็บไว้ทานได้นาน ในช่วงที่อากาศเริ่มอุ่น นั่นคือการนำข้าวเหนียวมาห่อใส่ใบไผ่ และนำไปต้ม
สำหรับ ‘ไส้’ ของบะจ่างนั้น ปัจจุบันมีสูตรเฉพาะของแต่ละพื้นที่ในประเทศจีนค่อนข้างหลากหลาย แต่โดยทั่วไปแล้วพื้นที่จีนตอนเหนือนิยมทำไส้ถั่วแดงหรือพุทราแดง

ส่วนทางใต้จะเน้นไส้หลากหลาย ทั้งเนื้อ ไข่แดง เห็ด แปะก๊วย และอื่นๆ จัดเต็มกันไปตามสูตรของแต่ละพื้นที่ แต่สิ่งหนึ่งที่มีเอกลักษณ์ร่วมกันของบะจ่างก็คือ สัณฐานทรงสามเหลี่ยม ที่ต้องเป็นทรงสามเหลี่ยมนั้นเพราะมีลักษณะคล้ายเขาวัว ประชาชนจึงใช้บะจ่างเป็นสัญลักษณ์เพื่อสื่อถึง “วัว” ซึ่งเป็นของอย่างหนึ่งในการเซ่นไหว้นั่นเอง
สำหรับคนไทย “บะจ่าง” ถือเป็นอาหารที่มีรสชาติครบเครื่องทั้งหอม หวาน เค็ม มัน

เมื่อรู้เรื่องราวของบะจ่างอย่างนี้แล้ว อยากจะรีบไปหารับประทานกันใช่ไหมละคะ แต่ปีนี้ไม่ทันไม่เป็นไรปีหน้ารีบวิ่งไปซื้อกันนะคะทุกคน

สรุป

เลขรวยไทย หวยเด็ดหวยดัง แนวทางหวย ความเชื่อ สถิติหวย ตรวจหวยรัฐบาล ตรวจหวยธ.ก.ส. หวยออมสิน หวยฮานอย
>>> ได้เลยที่ เลขรวยไทยดอทคอม <<<

สำหรับแฟนหวยคงจุใจกับการบริการของเว็บไซต์ของเราไปแล้วเกี่ยวกับการเช็คผลหวยแบบรวดเร็วทันใจ รวมไปถึงบทความข่าวสารต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นแนวทางหวย บทความเกี่ยวกับความเชื่อไทยพร้อมเลขงามๆ สถานที่ขอหวย หรือจะเป็นเรื่องเด็ดหวยรายวันก็มีมาให้ได้อ่านกันแบบไม่มีเบื่อ

 

เข้ากลุ่มแจกเลขฟรี